สารพัดรอยแตกลาย " Stretch Marks"

สารพัดรอยแตกลาย " Stretch Marks"

           "รอยแตกลาย" คำนี้ ใครบอกว่าไม่สำคัญในยุคปัจจุบัน เพราะนอกจากผู้หญิงที่เห็นความสำคัญ ปัจจุบันผู้ชายก็เริ่มเห็นความสำคัญกับปัญหานี้เหมือนกัน เพราะว่า ยุคนี้เป็นยุคแห่งการรักสุขภาพ รอยแตกที่เกิดจากการออกกำลังกายอย่างหนัก ก็จะพบได้มากขึ้น และรอยแตกนี้พบได้ทุกเพศ วัย ในวัยรุ่น ที่มีการเปลี่ยนจากวัยเด็กเข้าสู่วัยรุ่นนั้น ก็มีรอยแตกเกิดขึ้นได้เช่นกัน อีกทั้ง คนที่ผอมแล้วอ้วนเร็ว ก็ไม่วายที่จะมีรอยแตกลายเกิดขึ้นได้เหมือนกันนะครับ

All of Stretch Marks



          Stretch Marks หรือ Striae เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของผิวหนัง และเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้พบได้บ่อยที่สุดในคนตั้ง ครรภ์ มักเป็นบริเวณท้อง หรือหน้าอก ยังพบได้ในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังสูงอย่างรวดเร็วโดยพบผิวแตกลายได้ที่ต้นขาด้านนอก หลังด้านล่าง หรือสะโพก คนที่กินยาสเตียรอยด์นานๆ มักมีรอยแตกลายใหญ่ และเป็นหลายที่รวมถึงบนใบหน้าหรือการทาครีมที่มีสเตียรอยด์ความเข้มข้นสูง นานเกินไปก็ทำให้เกิดรอยแตกลายได้

           แต่หมอได้ยินศัพท์วัยรุ่นมีหลายอย่างที่เรียกกระทบกระเทียบเรื่องรอยแตกลาย นั้นไม่ขำเท่าคำว่า "ไฟไหม้" ทำไมนั้นเหรอ หมอคิดว่า วัยรุ่นคงเคยเห็น ร่องรอยตะโก รอยดำไหม้ที่เกิดหลังจากไฟไหม้ ทำให้มีผิวไม่สวย แตกระแหง คล้ายกับรอยแตกลายนั้นเอง แต่สำหรับหมอนั้นคิดว่า รอยแตกลายนั้นคล้ายกับ ผิวหนังของม้าลาย เพราะมันเห็นลายขาว ดำ สลับกัน แต่อย่างไร ใครจะเรียกอะไรก็ตาม หมอขอบอกว่า รักษายากสุดๆๆล่ะ

          รอยแตกลายนั้นส่วนใหญ่ มากกว่า 80-90% นั้นเกิดในคนตั้งครรภ์ เพราะช่วงนี้ เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่มีการสะสมมากขึ้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ขณะตั้งครรภ์ ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์นั้น มีรอยแตกสีแดง บริเวณท้อง สะโพก หลัง และเต้านมเกิดขึ้นบ่อย จากการศึกษาหลายวิจัย พบว่า หญิงตั้งครรภ์มักจะมีรอยแตกช่วงปลายของการตั้งครรภ์นั้นก็คือ เดือนที่ 6-7 ของการตั้งครรภ์นั้นเอง พบได้ 75-90%  และมีการศึกษาหนึ่ง ที่ทำโดยนักวิจัยชาวเยอรมัน โดยนำครีมที่มีส่วนผสมของสาร (Trofolastin) containing Gotu Kola extract and vitamin E มานวดบริเวณท้องของคนตั้งครรภ์ พบว่า มีแค่เพียง 1ใน 3 เท่านั้น ที่ไม่พบรอยแตกลาย และพบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นวัยรุ่น จะมีโอกาสเกิดรอยแตกลาย ขณะท้องได้มากกว่า และรุนแรงกว่าด้วยนะครับ

           ส่วนรอยแตกลายที่เราจะพบในกลุ่มคนที่รักสุขภาพ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อ เพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า หมอจึงแนะนำให้ออกกำลังกายโดยการกินอาหารที่มีโปรตีน แทนการใช้สารกระตุ้นเหล่านี้ เพราะถ้าเกิดรอยแตกขึ้นมาแล้ว รับรองว่า ยากมากในการรักษานะครับ และยังพบว่าอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ Zinc  เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้นได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และสิ่งสำคัญคือ การดื่มน้ำอย่างน้อย วันล่ะ 6-8 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และควรหลีกเลี่ยง ชา กาแฟ รวมทั้งโค้กด้วย นะครับ ส่วนน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นนั้น ควรอยู่ในช่วง 0.5 kg ต่อ อาทิตย์ ก็จะทำให้โอกาสเกิดรอยแตกลายน้อยกว่า การเพิ่มน้ำหนักตัวเร็วๆๆด้วยนะครับ

Excercise Stretch Mark



           รอยแตกอีกอย่างที่เกิดบ่อย เหมือนภัยเงียบ ก็คือ รอยแตกจากการโตขึ้นของวัยเด็ก สู่วัยรุ่น เรียก Growth Spurt นั้นพบได้บ่อยพอๆ กันทั้งเด็กผู้หญิง และผู้ชาย โดยมักจะพบได้ที่บริเวณหลัง สะโพก สัมพันธ์กับเรื่องฮอร์โมน มักพบในช่วงอายุ 12-13 ปี ที่หมอบอกว่าเป็นภัยเงียบ เพราะเด็กวัยนี้มักจะสนใจเรื่องสิวมากกว่า เพราะเห็นชัดบริเวณใบหน้า ส่วนเรื่องรอยแตกมักเกิดบริเวณหลัง แต่จะมาเห็นความสำคัญตอนที่จะนุ่งสั้น หรือใส่ชุดว่ายน้ำ ก็จะทำให้อาย ไม่กล้าใส่ และมาปรึกษาหมอว่าจะรักษาอย่างไรดีกับปัญหานี้นะครับ

            รอยแตกลายนั้นมีหลายสี ในช่วงแรกจะเป็นรอยสีชมพู แดงและม่วง ตามลำดับ เรียกว่า รอยแตกลายใหม่แบบนี้รักษาหายได้เร็วที่สุด แต่เมื่อนานวันเข้า รอยแตกนั้นจะค่อยๆ กลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหงเรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่า หมอจึงเปรียบเทียบว่ามันคล้ายม้าลายมากกว่า หมอจึงเน้นเรื่องการป้องกันไม่ใช้คอยให้เกิดปัญหาก่อนแล้วจะคอยมารักษาหมอ ย้ำว่า "ผลการรักษาจะดีขึ้น" ไม่ใช่รักษาแล้วจะหายเป็นเนื้อปกติ เหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลยนะครับ หมอจึงบอกตั้งแต่ตอนแรกไงครับ ว่ารักษายากจริงๆๆ

Stretch Mark VS Zebra



การรักษารอยแตกลาย


1.ทายา อนุพันธ์กรด วิตามินเอ หรือ Adapalene ซึ่งยากลุ่มนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวดีขึ้น แต่ต้องระวังเรื่องการใช้ยาในคนตั้งครรภ์นะครับ เพราะยามีผลต่อเด็กในครรภ์ ทำให้เด็กพิการได้ ถึงแม้จะเป็นยาทา แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นในคนตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้นะครับ

2.การ รักษาด้วยเลเซอร์ลดรอยแดง นั้นก็คือเลเซอร์รักษาเส้นเลือดนั้นเอง ในระยะที่รอยแตกลายยังเป็นเส้นแบนหรือนูนเล็กน้อย สีแดง จะทำให้รอยสีแดงดีขึ้น แต่การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากเลเซอร์ชนิดนี้ พบได้น้อยกว่า ประโยชน์หลักของเลเซอร์นี้ คือการรักษาสีแดงให้ดีขึ้นนะครับ

3.การ ใช้โปรแกรมการรักษาช่วยกระตุ้น Collagen ให้รอยแตกตัวขึ้นได้บ้าง ซึ่งในการศึกษา หลายวิจัยพูดถึงเลเซอร์กลุ่ม Fractional Erbrium Glass 1550 nm นั่นก็คือ Finescan หรือ Frexel นั่นเอง เพราะเลเซอร์กลุ่มนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวดีกว่า และจะดีมากถ้ารักษาตอนรอยแตกลายเป็นสีแดงเนื่องจากรอยแตกยังใหม่อยู่ แต่หากรอยแตกเป็นสีขาว การกระตุ้นคอลลาเจนด้วยวิธีนี้ ก็ถือว่ายังได้ผลดีในปัจจุบัน เพราะเลเซอร์นี้ ทำให้เกิดแผลเล็กๆๆ ใต้ผิว และมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาได้จริง แต่อย่างที่หมออธิบายไว้ตอนต้น ว่ารักษาแล้วดีขึ้น ไม่ใช่หายเป็นเนื้อปกตินะครับ

4.การ ใช้ Carboxytherapy โดยการใช้แก๊ส CO2 เข้าไปใต้รอยแตกเพื่อหวังผลให้เกิดการบาดเจ็บใต้ผิว เพิ่มการไหลเวียนเลือด และออกซิเจนบริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการใช้ แก๊สนั้น เกิดขึ้นน้อยกว่า ใช้เลเซอร์ Finescan มากครับ เพราะเลเซอร์ เกิดแผลใหม่ที่ขึ้นมาจริงๆ

               ส่วนเรื่องครีมทารักษารอยแตกลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่หมอ Reviews นั้น ผลลัพธ์ที่ได้นั้น ยังถือว่าได้ผลน้อยกว่าการรักษาด้วยวิธีข้างต้นมาก แต่อย่างไรก็ตาม ครีมต่างๆ ก็จะมีนักวิจัย พยายามที่จะคิดค้น สารต่างๆที่มีประโยชน์ต่อการรักษารอยแดง แต่การกระตุ้นคอลลาเจนนั้น ยังพบว่าเกิดขึ้นน้อย เราจึงจำเป็นต้องป้องกันให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดจะดีกว่าต้องมารักษาทีหลัง โดยการทาครีมที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวในช่วงที่มีการขยายตัวของผิวหนัง อย่างรวดเร็ว เช่นตอนตั้งครรภ์นั้นจะดีมากกว่า โดยความเห็นหมอ ถ้าเราไม่มีงบในกระเป๋ามาก อาจจะใช้ครีมจำพวก Urea นวดเบาๆๆ ก็สามารถทำให้รอยแตกนั้นเกิดขึ้นได้น้อยลง  หมอเปรียบเทียบเหมือนเรานวดแป้ง เราก็จะเติมน้ำ น้ำมัน เพื่อให้แป้งนั้นมีการยืดตัว ไม่ฉีกขาด เช่นเดียวกับผิวเหมือนกันจะได้ทำให้เกิดรอยแตกนั้นน้อยลงนะครับ @Doctor Youth Clinic


Refference

- Wikipedia "Stretch Marks"
- Billing, M. (2002) Stretchy subjects. American Fitness, 20(5), 61-62
- Buffalo, J. (2005) Advice on stretch marks. Shape, 24(8), 82
- Sports dermatology part 1: common dermatoses (2004) Canadian Medical Association Journal, 171(8), 851-853

สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/02/2011
ปรับปรุง 07/06/2016
สถิติผู้เข้าชม 2,713,894
Page Views 4,710,941
สินค้าทั้งหมด 22
 
« June 2017»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 




เผยความลับ...หมอหน้า

 
  
view